thailandposttoday

ราคาโทรศัพท์กับการตรวจตราโทรศัพท์เคลื่อนที่ สิ่งที่ควรจะทำเมื่อได้โทรศัพท์ใหม่

ราคาโทรศัพท์ในตอนนี้มีราคาแพงเยอะขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน นั่นอาจเกิดจากว่า ฟังก์ชั่นที่สนองตอบต่อความจำเป็นของผู้ใช้มากเพิ่มขึ้น วัสดุที่ใช้สำหรับทำตัวเครื่องต่างๆ ทำให้สมาร์ทโฟนนั้นแพงมากเพิ่มขึ้น รวมทั้งถึงคุณจะไปเลือกซื้อโทรศัพท์กับร้านที่มีคุณภาพมาตรฐานตาม shop โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อแน่ใจว่า โทรศัพท์ที่คุณซื้อมานั้นจะมีคุณภาพมาตรฐาน และใช้งานได้จริงตามที่คุณอยากได้ แต่ว่าแต่เมื่อซื้อมาและก็จำเป็นต้องตรวจตรากันหน่อยว่า เครื่องที่ซื้อมานั้นมีตำหนิร่องรอยที่น่าสงสัยหรือเปล่า ซึ่งวันนี้พวกเราจะมาตรวจตราความผิดปกติของมือถือไปพร้อมกัน

ก่อนที่คุณนั้นจะซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่มานั้น คุณควรมีการเช็คราคามือถือก่อนอยู่แล้ว เพราะเหตุว่าพวกเราจำต้องนึกถึงงบประมาณที่เรามีก่อน แล้วจึงไปดูในเรื่องของรุ่นและยี่ห้อของมือถือกัน และก็พอซื้อมาก็จะต้องมาตรวจเช็คกันอีกรอบ โดยเริ่มจาก



8 วิธีที่คุณจำเป็นต้องทำการเช็คโทรศัพท์ก่อนทำการเปิดใช้งาน



1.เช็คสภาพกล่อง

เป็นหลักการในพื้นฐานสำหรับการเช็คเลย โดยคุณจำต้องดูก่อนว่ามีสภาพเป็นอย่างไร มีร่องรอยฉีกขาด มีรอยเปื้อนน้ำมันไหม รวมทั้งถุงซีลนั้นจำต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ด้วย
2.ตรวจดูวัสดุอุปกรณ์ภายในกล่อง

คุณควรจะเช็คที่ข้างกล่องก่อน ว่าในกล่องมีอะไรบ้าง และก็ตรวจดูตามนั้น โดยในกล่าองอาจมี สายชาร์จ หูฟัง รวมทั้งเต้าเสียบจะต้องเป็นของใหม่ รวมถึงต้องมีคู่มือ และก็ใบรับประกันต่างๆ ที่สำคัญต้องมีแบตเตอรี่ด้วย โดยตัวแบตนั้นจะต้องไม่มีรอยถลอกปอกเปิกหรือขีดข่วนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงส่วนที่เป็นทองแดง
3. สภาพตัวเครื่อง รอบตัวเครื่องจำเป็นจะต้องไม่มีร่องรอยอะไรก็ตาม แม้กระทั่งรอยแมวข่วนก็ไม่ควรมีให้เห็น และอย่าลืมลองกดปุ่มต่างๆที่อยู่บนโทรศัพท์เคลื่อนที่ว่า ยังสามารถกดได้หรือเปล่า และก็ทำตามอย่างคำสั่งพื้นฐานได้หรือไม่ อย่างเช่น กดปุ่มโฮม แล้วมันกลับมาจอหรือเปล่า หากไม่กลับมาตามคำสั่งจะได้โทรหาทางร้านค้าว่า โทรศัพท์อาจมีปัญหา หรือให้ทางร้านค้าเช็คให้ เพราะว่าราคาโทรศัพท์ ที่ซื้อมานั้นก็ไม่ใช่ถูกๆถ้าเกิดเครื่องใช้การไม่ได้จริงๆ แล้วต้องรอคอยอย่างนี้แย่เลย
4. เช็คฟิล์มกันรอยจอ

มือถือที่ซื้อใหม่แกะกล่องจากโรงงาน ทุกเครื่องไม่ว่าจะถูกหรือแพงมากแค่ไหน จะต้องมีฟิล์มกันรอยติดมาให้แล้วเสมอ ให้พวกเราดูฟิล์มกันรอยว่ายังติดอยู่ในสภาพปกติ ไม่มีฟองน้ำ หรือฝุ่นละอองติดอยู่ด้านในมากมายจนเปลี่ยนไปจากปกติ เพราะเหตุว่าหากมีแปลว่าอาจมีการนำเครื่องออกมาจากกล่อง เป็นต้น
5. เปิดเครื่อง

สิ่งแรกที่ควรทำภายหลังเปิดเครื่อง และเช็คปุ่มต่างๆ เรียบร้อยและจากนั้นก็คือ เช็ค dead หรือ bright pixel ซึ่งเป็นความผิดปกติของหน้าจอ ไม่สามารถแสดงผลลัพธ์ได้ตามปกติ โดยพวกเรามีแนวทางเช็คดังนี้ ให้คุณนั้นเข้าเมนูโทรศัพท์เคลื่อนที่และกด*#0*# เพื่อเทสตัวเครื่องหลังแล้วหลังจากนั้นเลือกสีแดง เขียว รวมทั้งฟ้า และก็การกดปุ่มเทสนี้ยังสามารถตรวจดูระบบสั่น, กล้องถ่ายภาพหน้าและข้างหลัง, ลักษณะการทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ, ลำโพง, รวมทั้งอื่นๆ ราคาโทรศัพท์ที่แพงๆก็มาจากฟังก์ชั่นต่างๆกลุ่มนี้นี่แหละ เพราะถ้าฟังก์ชั่นไม่เยอะ ความจำเครื่องน้อยถ่ายภาพไม่สวย คงราคาถูก
6. เช็คการใช้งานโทรศัพท์และก็การเชื่อมต่อต่างๆ

เมื่อใส่ซิมแล้ว ต่อไปให้ลองโทรออก หรือโทรศัพท์เข้าเพื่อทดลองสัญญาณ ไมค์ รวมทั้งลำโพงสนทนา ว่ายังสามารถใช้งานได้ปกติดีหรือเปล่า รวมถึงเช็คสัญญาณอินเทอร์เน็ตว่าปกติดีไหม สามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi, Bluetooth, NFC ได้หรือไม่
7 ลำดับที่ IMEI จำเป็นต้องตรง

พวกเราสามารถเช็คลำดับที่ IMEI (อีมี่) ได้โดยการไปยังหน้าโทรออก หลังจากนั้นกด*#06# ซึ่งหมายเลขนี้จำเป็นจะต้องตรงกับข้างกล่อง ถ้าไม่ตรงแสดงว่าเป็นเครื่องปลอม
8. ไต่ถามประเด็นการรับประกัน

อันดับแรกสำหรับการซื้อโทรศัพท์มือถือ คุณอาจจะเริ่มจากการถามราคาโทรศัพท์ก่อนจนไปถึงการเลือกรุ่น แบรนด์ และเลือกร้านที่จะซื้อ พอได้มาก็จะต้องมาตรวจเช็คเครื่องของคุณด้วยว่า มีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพื่อเป็นการตรวจตรากับทางร้านไปในตัวว่า ร้านค้านี้ย้อมแมวขายเครื่องให้ท่านหรือไม่ เป็นเครื่องจริงหรือไม่จริง ราคาโทรศัพท์ที่จะต้องจ่ายตามจริงหรือเปล่า เพราะ เสียตังค์แล้ว เราก็ไม่ต้องการให้เกิดปัญหาจนเสียความรู้สึกอีก ฉะนั้นพอได้เครื่องมาให้คุณนั้นตรวจเช็คทุกหน รวมถึงการรับประกัน ซึ่งโดยพื้นฐานของอุปกรณ์กลุ่มนี้ บางตัวแทนขายจะมีการรับประกัน “เปลี่ยนเครื่องใหม่” ภายใน 7 หรือ 14 วันหลังจากซื้อ เมื่อผู้ใช้ประสบปัญหาสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ทันที ตามข้อตกลงของแต่ละบริษัทกำหนด แต่โดยส่วนมากจะมีการรับประกัน 1 ปีอยู่แล้ว